to be number one sweet corn of the world 2010 year of SMART ปีแห่งความสง่างาม 2011 year of VALUE ปีแห่งคุณค่า 2012 year of GOODNESS องค์กรแห่งความดี
Saturday, November 29, 2014
Sunday, November 23, 2014
Thursday, November 20, 2014
Wednesday, October 29, 2014
Tuesday, September 30, 2014
Monday, September 15, 2014
Friday, July 11, 2014
สหพัฒน์
วันหยุดอ่านกันเพลินๆครับ ดร.เทียม โชควัฒนา
ท่านเป็นผู้วางรากฐานอันสำคัญของ "เครือสหพัฒน์" จึงขอนำหลักคิดและปรัชญาการทำงานของท่านมาถ่ายทอด ซึ่งมีคำอธิบายเสริมพอเป็นสังเขป เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับหลักคิดการทำงานที่เป็นระบบต่อไป
1. รู้น้อยไม่เกี่ยงงาน
คนเราหากมีความรู้น้อยต้องไม่ท้อถอยหรือเลือกงาน เพราะการทำงานคือหนทางเพิ่มความรู้ประสบการณ์
2. เป็นร่มเงาให้ประโยชน์สุข
ต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาและอุดมด้วยดอกผลอันเอื้อประโยชน์แก่ผู้ปลูกทำนุบำรุงและคนทั่วไปฉันใด องค์กรที่เจริญเติบโตมั่นคงย่อมควรจะเอื้อประโยชน์และเกื้อกูลแก่บุคลากรและสังคมฉันนั้น
3. ความรู้เหมือนดาบ ยิ่งใช้ยิ่งคม
ผู้ใดมีความรู้แล้วนำความรู้ของตนมาใช้และถ่ายทอดให้ผู้อื่น ผู้นั้นจะยิ่งเกิดความชำนาญ และเป็นการเพิ่มคุณค่าแห่งความรู้นั้นด้วย เปรียบเสมือนดาบที่ถูกมาใช้ประโยชน์ และได้รับการเอาใจใส่ดูแลให้คงไว้ ซึ่งความคมตลอดเวลา
4. ทบทวนอดีต ศึกษาปัจจุบัน เพื่อวางอนาคต
การทบทวนประสบการณ์จากอดีตทั้งของตนเองและผู้อื่น และการศึกษาเรื่องราวจากคนและสิ่งรอบข้างในปัจจุบัน เป็นแนวทางให้เราวางอนาคตได้ถูกต้องแม่นยำยิ่งขึ้น
5. อย่าปล่อยชีวิตให้หมดไปอย่างไร้ค่า
คนเราถ้าเข้าใจการจากไปอย่างไม่ย้อนกลับของเวลา ย่อมใช้ชีวิตในแต่ละช่วงอย่างมีค่า
6. เร็ว ช้า หนัก เบา
ในการทำงาน ควรหมั่นพิจารณาอยู่เสมอว่า งานไหนทำก่อน งานไหนทีหลัง งานไหนต้องจริงจัง และงานไหนที่พอควร
7. ความสำเร็จย่อมเป็นของผู้มีความเพียร
อยากประสบความสำเร็จในชีวิตการทำงาน ต้องพาตัวเข้าหางาน อย่าคอยให้งานมาหาตัว เพราะงานคือทุกอย่างของชีวิต ที่เราต้องพากเพียรและพยายามทำตลอดไป
8. ความสำเร็จของงาน อยู่ที่คุณภาพของคน
หัวใจในการทำงานให้สำเร็จ มิใช่อยู่ที่การสร้างคนให้มีความเชี่ยวชาญในการทำงานเท่านั้น แต่ต้องรวมถึงการสร้างเสริมให้ทุกคนอยู่ร่วมกันด้วยความรัก และความสามัคคีด้วย
9. ชมเกินจริงเป็นโทษ ติเกินเหตุเสียน้ำใจ
การชมเชย อย่าให้เขาเกิดความหลงระเริงจนอาจลืมตัวกับความสำเร็จ ก่อให้เกิดความประมาทที่อาจนำไปสู่ความล้มเหลวในอนาคตได้ การติต้องทำด้วยจิตใจที่หวังดีและใช้คำพูดที่สร้างสรรค์
10. ทำดีเปรียบการเดินทวนกระแสน้ำ ทำชั่วเปรียบการลอยตามน้ำ
การทำความดีเปรียบเหมือนปลาว่ายทวนน้ำขึ้นไปที่สูงจะพบแต่น้ำที่ใสสะอาดฉันใด คนที่พยามยามทำความดี แม้จะลำบากยากเย็น ก็ย่อมพบชีวิตที่ดี สะอาดสดใสอันเป็นมงคลแก่ตนเองฉันนั้น
11. ความก้าวหน้าที่แท้จริง ย่อมเกิดจากฝีมือการทำงาน
ความก้าวหน้าที่ได้มาจากความสามารถในการทำงานจะให้ผลที่จีรังยั่งยืน
12. งานสำเร็จได้ดี เพราะทีมงานดี
การประสานพลังใจและพลังความคิดของทีมงานที่ดี นำมาซึ่งความสำเร็จของงาน
13. คน คือ ทรัพยากรที่มีค่าที่สุดในโลก
คนเป็นทรัพยากรอย่างหนึ่งของโลก แต่คนจะมีคุณค่ายิ่งหากรู้จักประพฤติตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
14. ความรู้ต้องมองสูง ความเป็นอยู่ต้องมองต่ำ
ความรู้เปรียบเหมือนขุมทรัพย์ คนที่อยากก้าวหน้าต้องใฝ่รู้ เรียนรู้ให้มากขึ้นอยู่เสมอ แต่ความเป็นอยู่นั้นต้องเรียบง่าย ไม่ฟุ้งเฟ้อ
15. เข็มเล่มหนึ่ง ไม่มีปลายแหลมสองด้าน
ทุกคนมีทั้งจุดเด่นและจุดด้อย คนเราจึงไม่มีใครเก่งทุกอย่าง เปรียบเสมือนเข็มที่มีปลายแหลมสำหรับเย็บปะชุนได้เพียงด้านเดียว ฉะนั้นคนเราควรรู้และทบทวนจุดเด่น และจุดด้อยของตนอยู่เสมอ
16. หนังฉายซ้ำไม่ตื่นเต้น ตลกมุขเก่าไม่มีคนฮา
งานทุกงานควรต้องให้รับการปรับปรุงและพัฒนาให้ดีขึ้น และสอดคล้องกับวันเวลาที่เปลี่ยนไปเสมอ
17. หมั่นเล่าสร้างความจำ หมั่นซักถามสร้างความรู้
เมื่อได้เรียนรู้สิ่งใดแล้วหมั่นถ่ายทอดให้ผู้อื่นรับรู้ด้วย จะช่วยให้เราจำได้ดีขึ้น และเมื่อไม่รู้สิ่งใดก็อย่าอายที่จะถาม เพราะจะช่วยให้เรารู้มากขึ้น ในขณะที่คนที่โอ้อวดว่ารู้หมดแล้วแท้จริงคือคนที่ไม่รู้อะไรเลย
18. มอง ฟัง คิด ถาม พื้นฐานของการเรียนรู้
พื้นฐานที่ดีของการเรียนรู้ต้องอาศัยทั้งการมอง ฟัง คิด ถาม ประกอบกัน อย่างเพียงแต่มอง ฟัง หรือถามแล้วนำมาใช้โดยไม่มีการคิดไตร่ตรองหาเหตุผลเสียก่อน
19. พลังกายในวัยหนุ่มมีเหลือเฟือ ควรใช้ให้คุ้มค่า
เกิดเป็นคนต้องใช้ชีวิตคุ้มค่าต่อตนเอง ต่อผู้อื่น และต่อสังคม อย่าให้มีช่วงเวลาใดที่ต้องรู้สึกเสียดายที่ให้เวลาผ่านไปอย่างไร้ประโยชน์
20. หากอยากมีอนาคตที่มั่นคง จงอย่าเห็นแก่ตัว
คนดีย่อมไม่เห็นแก่ตัว ชอบช่วยเหลือผู้อื่น โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน คนเช่นนี้สมควรได้รับการสนับสนุนให้ได้ดีมีอนาคต
21. การศึกษาข้อบกพร่องของตน ทำให้เรารู้จักตัวเองและผู้อื่นดีขึ้น
คนเรามีข้อบกพร่องในตนเองทุกคนไม่มากก็น้อย ฉะนั้นให้เรารู้จักพิจารณาข้อบกพร่องของตนเองด้วยปัญญา จะทำให้เกิดการปรับปรุงและพัฒนาตนเอง และช่วยให้เข้าใจผู้อื่นที่เขาอาจมีข้อบกพร่องเช่นเดียวกับเรา
22. ไม่มีใครเก่งแต่เพียงผู้เดียว
ทุกคนภายในองค์กรเปรียบเสมือนเฟืองจักรกลแต่ละชิ้น ในเครื่องจักรใหญ่ที่ต้องทำงานประสานกัน ถ้าเฟืองชิ้นใดชำรุดหรือบกพร่อง เครื่องจักรก็ไม่สามารถทำงานได้ นั่นคือ งานใดๆ จะสำเร็จด้วยดีต้องอาศัยความสามารถและการประสานงานของทุกคนในทีมงาน มิใช่สำเร็จได้ด้วยคนเพียงคนเดียว
23. แม้จะลำบากเพียงใดก็ย่อมฟื้นคืนเป็นดีได้
จงคิดเสมอว่า คนเรานั้นแม้จะประสบความล้มเหลวก็ย่อมสามารถปรับปรุงให้กลับคืนดีได้ หากไม่ท้อแท้ต่อโชคชะตา และคิดเสมอว่า เมื่อล้มแล้วก็สามารถลุกขึ้นยืนได้อยู่เสมอ
24. สร้างคนต้องใช้เวลา
การสร้างคนเหมือนปลูกต้นไม้ใหญ่ ต้องอดทนใช้เวลานานไม่เหมือนการปลูกถั่วงอก ซึ่งวันเดียวก็เห็นผล
25. จะให้ลูกน้องกล้าตัดสินใจ ผู้ใหญ่ต้องรับผิดชอบความเสี่ยง
เมื่อเห็นว่าลูกน้องสามารถทำงานได้ ต้องมอบให้เขาทำ ถ้าเขาทำผิดพลาด เราก็ต้องช่วยรับผิดชอบด้วย
26. การล่าช้ามิได้หมายความว่าเป็นผู้ล้าหลัง
อย่ารีบร้อนเพราะกลัวว่าจะล้าหลังคู่แข่ง ควรพิจารณาด้วยความรอบคอบจะได้ไม่ผิดพลาด
27. ชนะใจมิตรและศัตรูได้ คือ ผู้ชนะที่แท้จริง
ชนะสิ่งใดก็ไม่มีความหมายเท่าชนะใจทั้งมิตรและศัตรู
28. เกียรติที่สูง ไม่จำเป็นต้องให้ตัวเองอวดอ้าง
ถ้าเราทำตัวเหมาะสมกับคนที่มีเกียรติแล้วไม่อวดอ้าง คนอื่นก็จะมอบเกียรติให้เราเอง
29. ผู้ที่เป็นผู้นำได้ ต้องผ่านความลำบากมาก่อน
คนที่เคยลำบากมาแล้วย่อมเป็นหัวหน้างานที่สามารถให้กำลังใจกับลูกน้องได้ดี
30. ทำงานมากก็ผิดพลาดมาก ทำน้อยก็ผิดพลาดน้อย
คนเราทำงานก็ต้องมีการผิดพลาดบ้าง คนที่ไม่มีความผิดก็คือคนที่ไม่ได้ทำอะไรเลย
31. หากดีแต่พูดไม่ลงมือทำ ความคิดก็ไม่อาจเป็นจริงได้
เมื่อไม่ลองปฏิบัติก็ไม่รู้ว่าที่คิดนั้นทำง่ายหรือยาก งานบางอย่าง อาจพูดง่ายแต่ทำยาก
32. การทำงาน ต้องมีเป้าหมาย
การทำงานโดยไม่มีเป้าหมายเหมือนคนที่ไม่มีจุดมุ่งหมายของชีวิต
33. เราพูดด้วยความโมโหเพียงครั้งเดียว แต่อยู่ในใจของคนอื่นตลอดชีวิต
การพูดโดยใช้อารมณ์ ไม่ใช้สติไตร่ตรองเสียก่อน แม้เพียงครั้งเดียว ก็อาจทำลายทั้งตนเองและมิตรภาพได้ตลอดไป
34. ความใกล้ชิด ย่อมนำมาซึ่งความเข้าใจและผลของงานที่ดี
การทำงานใกล้ชิดกับลูกน้อง หัวหน้านอกจากมีโอกาสศึกษาผลของงานแล้ว ยังได้ศึกษานิสัยการทำงานของลูกน้องด้วย
35. ผิดครั้งแรกเป็นครู แต่ผิดซ้ำสองนั้นถือว่าโง่
คนเราทำงานก็ต้องมีผิดพลาด แต่สิ่งสำคัญต้องจดจำความผิดนั้น นำมาวิเคราะห์หาสาเหตุ ถ้าผิดซ้ำซากก็เหมือนคนที่หาบทเรียนจากประสบการณ์ไม่ได้
36. คนจะโง่หรือฉลาด ดูได้จากคำพูด
คำพูดเปรียบเสมือนประตูของจิตใจ คนโง่จะพูดเรื่องที่ขาดหลักคิดและเหตุผล ในขณะที่คนฉลาดจะมีเหตุผลและหลักคิดที่ดี
37. ไม่มีใครเคยตาย เพราะงานหนัก
ในการทำงานให้ยึดหลักว่าทำเข้าไปเถิดสิ่งที่ว่ายาก เพราะยิ่งทำสิ่งที่ยากมาก หรือหนักมากก็ยิ่งรู้มาก
38. ชีวิตการศึกษาต่างจากชีวิตการทำงาน
ในชีวิตการศึกษา เราจะรับความรู้จากครูบาอาจารย์ คนที่จบการศึกษาใหม่ๆ มักจะยึดติดกับทฤษฎีที่ร่ำเรียนมาเปรียบเหมือนมีศีรษะและความคิดเป็นรูปสี่เหลี่ยมมีด้านและมุมที่ตายตัว จึงเข้ากับผู้อื่นได้ยาก แต่ในชีวิตการทำงานเราต้องหาความรู้จากสิ่งรอบข้าง และประสบการณ์ แล้วถ่ายทอดต่อให้ผู้อื่น จึงต้องปรับตัวเข้ากับผู้อื่นให้ได้ เปรียบเหมือนพัฒนาศีรษะและความคิดของตนจากรูปทรงสี่เหลี่ยมให้เป็นทรงกลม ทรงรี และทรงแหลมในที่สุด เพราะรูปทรงแหลม สามารถสอดแทรกได้ง่าย หมายความว่าคนผู้นั้นมีความสามารถปรับตัว เข้ากับผู้อื่นได้
39. ความรู้มีอยู่ทุกหนแห่ง อยู่ที่เราจะรับรู้หรือไม่
เราหาความรู้ได้ทุกหนแห่งทุกเวลา อยู่ที่เราจะเก็บเกี่ยวอย่างไรและเมื่อไร บางคนมีความสามารถในการเก็บเกี่ยวซึมซับความรู้จากสิ่งแวดล้อมและประสบการณ์ อาจมีความรู้มากกว่าคนที่จบจากมหาวิทยาลัยเสียอีก และบางครั้งความรู้ที่ได้จากสถานการณ์จริง และประสบการณ์นั้นสามารถนำมาใช้ในชีวิตได้ดีกว่า
40. หัวหน้าที่ดีต้องรู้จักชื่นชมลูกน้อง
หัวหน้างานที่ค้นหาจุดเด่นของลูกน้องแล้วชมเชย จะเป็นกำลังใจให้ลูกน้องหมั่นทำความดีต่อไป แต่หัวหน้างานที่คอยแต่จะค้นหาจุดด้อย มาตำหนิ จะทำให้ลูกน้องหมดกำลังใจ กล่าวว่าได้ว่าเป็นคนที่มองไม่เห็นคุณค่าของลูกน้อง
41. ร่างกายต้องการอาหารกายฉันใด จิตใจต้องการอาหารใจฉันนั้น
ขณะที่ร่างกายของคนเราต้องการอาหารเพื่อเป็นพลังในการมีชีวิต จิตใจของคนเราก็ต้องการความรู้และหลักคิดที่ดี เพื่อเป็นพลังในการเป็นคนดี มีจิตใจดีเช่นกัน
42. ปลูกต้นไม้ใหญ่ใช้เวลาร้อยปี สร้างคนใช้เวลาสิบปี
การจะสร้างสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้แข็งแกร่งมีคุณค่า ต้องใช้ความอดทนใช้เวลา โดยเฉพาะการสร้างคนหนึ่งคนให้เก่ง ยิ่งต้องใช้ความอดทน และใช้เวลามาก ทั้งตัวผู้สร้างและผู้ถูกสร้าง เพราะนั่นหมายถึงการสร้างให้คนคนนั้นเพียบพร้อมทั้งความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์
43. ทำคุณให้ผู้อื่นต้องลืม ผู้อื่นทำคุณให้ต้องจำ
หากเราเคยทำประโยชน์หรือช่วยเหลือใครไว้ อย่าจดจำหรือคาดหวังการตอบแทน เพราะอาจไม่ได้ดังที่หวังหรือเผลอไปทวงบุญคุณให้เขาเสียความรู้สึก แต่ถ้ามีใครช่วยเหลือเราต้องจดจำให้แม่น เพื่อหาโอกาสตอบแทนบุญคุณ
44. คนที่ชอบโยนความผิดให้ผู้อื่น เป็นคนที่ยากจะพัฒนาให้ดีได้
คนบางคนไม่ยอมรับความผิดของตน ชอบหาแพะรับบาป หมกหมุ่นกับการหาวิธีโยนความผิดให้ผู้อื่น แทนที่จะใช้เวลาในการพัฒนางานของตน คนประเภทนี้ยากที่จะพัฒนาได้
45. อยากเจริญก้าวหน้า ต้องทำตัวเหมือนคนกำลังขึ้นเขา
คนเดินขึ้นภูเขาจะต้องโน้มตัวไปข้างหน้าเสมอ เปรียบเสมือนคนอ่อนน้อมถ่อมตน ซึ่งจะมีแต่คนรัก แต่คนเดินลงจากภูเขาจะเอนตัวไปข้างหลังเปรียบเสมือนคนเย่อหยิ่งจองหอง ซึ่งไม่มีใครชอบ ดังนั้นถ้าต้องการให้มีคนรักและช่วยสนับสนุนให้เจริญก้าวหน้า ควรประพฤติตนเสมือนคนกำลังเดินขึ้นเขา
46. ผลักน้ำออกไป น้ำไหลเข้ามา วักน้ำเข้ามา น้ำไหลออกไป
คนที่เป็นผู้ให้ มักได้รับสิ่งตอบแทนเสมออย่างน้อยก็ต้องได้ความรักและความชื่นชมจากผู้อื่น เปรียบเสมือนผลักน้ำออกไปจากตัวน้ำก็ยิ่งจะไหลเข้ามา แต่คนที่มีแต่ความโลภอยากได้จากผู้อื่น กลับต้องเป็นผู้สูญเสียไม่ได้รับแม้แต่ความรักและความศรัทธาเปรียบเสมือนคนที่พยายามวักน้ำเข้าหาตัว น้ำก็จะยิ่งไหลออกไป
47. เกิดเป็นคน เงยหน้าต้องไม่อายฟ้า ก้มหน้าต้องไม่อายดิน
คนเราเกิดมาอย่ามุ่งแต่จะหาประโยชน์ใส่ตน จนกลายเป็นคนเอาเปรียบสังคมหรือเบียดเบียนธรรมชาติแวดล้อม
Wednesday, July 9, 2014
Commandments of Gussho Taiwan
Commandment taiwan
Dear Dr. Ongart,
Thank you for taking a huge interest in my great grandfather’s business values. It is my great honor to translate his Chinese manuscript into English. Many of his Chinese writings are difficult to translate into English so I tried to be as concise as possible in my translation. I hope Mr. Hsu’s principles will shed some light for your company mission values as well.
Coming from a family background of scholars, Mr. Hsu left his academia background to focus on business. Mr. Hsu strongly believes in giving back to society after a business is well established.
(Note: During the time, Mr. Hsu had 13 children. As a teacher, his income was far too little to raise a family. Due to these circumstances he left his occupation as a teacher and opened a small super market in order to provide for his family.)
1a. There are 10,000 ways of setting up a business but to succeed we must be frugal with our money and diligent at work.
1b. True happiness comes from music and reading.
2a. If you are open minded and accepting of doing things differently, you will come across many fortunes.
2b. Mr. Hsu received God’s love through raising 13 children that embodied filial piety.
3a. There are 10,000 ways of doing business but we must give our thanks and gratitude to the pioneer.
3b. When you amass fortunes, give back your wealth by lending to others who are in need.
4a. To achieve all things you must have patience. Patience is the best method of growth.
4b. To blend in with others in harmony we must be a good role model.
(Note: Mr. Hsu would often share his teachings to his disciples by sharing stories of his father who shared similar principles)
5a. When you are alone, use that time to think about your wrongdoings from the past.
5b. When you converse with others do not talk bad of others.
6a. Appreciate the beauty and winds of Spring and Autumn seasons.
6b. Through reading, we can become harmonious with the author by sharing similar thoughts.
ดอกเตอร์องอาจที่นับถือ ขอขอบคุณ ที่ท่านให้ความสนใจอย่างมาก ต่อคุณธรรมทางธุรกิจ ของทวดของผม ผมรู้สึกเป็นเกียรติ ที่ได้แปลต้นฉบับภาษาจีน ของท่านเป็นภาษาอังกฤษ ข้อเขียนในภาษาจีนของท่าน ยากที่จะแปลเป็นภาษาอังกฤษ แต่ ผมจะพยายาม แปลให้กระชับที่สุด เท่าที่จะทำได้ ผมหวังว่า หลักการของมิสเตอร์สวี จะให้แสงสว่างแก่ คุณธรรม ในพันธกิจของบริษัทของคุณ มิสเตอร์สวีมาจาก ครอบครัวปัญญาชน แต่มิสเตอร์สวีได้ทิ้ง พื้นฐานทางวิชาการ มาเอาใจใส่เรื่องธุรกิจ มิสเตอร์สวีเชื่ออย่างแรงกล้า ในการตอบแทนแก่สังคม เมื่อธุรกิจมั่นคง (ในขณะที่มิสเตอร์สวีมีลูก 13 คน รายได้จากอาชีพครูจึงไม่พอที่จะเลี้ยงครอบครัว จึงต้องหันมาเปิดซุปเปอร์มาเก็ตเล็กๆ เพื่อเลี้ยงดูครอบครัว )
1A. มีวิธีสร้างธุรกิจนับ 10,000 วิธี แต่จะให้ประสบความสำเร็จ เราต้อง เข้มงวดในเรื่องเงิน และขยันทำงาน
1B. ความสุขที่แท้จริง มาจากดนตรีและการอ่าน
2A. ถ้าคุณเปิดใจให้กว้าง และยอมรับ การทำในสิ่งที่แตกต่าง คุณจะประสบโชคดีมากมาย
2B. มิสเตอร์สวีได้รับ ความรักจากพระเจ้า จากการเลี้ยงลูก 13 คน ให้เปี่ยมด้วยความกตัญญู
3A. มีวิธีทำธุรกิจนับ 10,000 วิธี แต่เราต้อง ขอบคุณและรู้คุณผู้บุกเบิก
3B. เมื่อคุณรวบรวมโชคมาได้มากมาย ให้คืนความมั่งคั่ง โดยให้ผู้ที่ต้องการ หยิบยืม
4A. เพื่อให้ได้ทุกสิ่งที่ต้องการ คุณต้องมีความอดทน ความอดทนเป็นวิธีที่ดีที่สุด ที่จะเติบโต
4B. เพื่อที่จะเข้ากับคนอื่นให้ได้ อย่างกลมกลืน เราต้องเป็นแบบอย่างที่ดี(มิสเตอร์สวีมักจะแบ่งปัน คำสอน ด้วยการเล่าเรื่องของคุณพ่อ ผู้ซึ่งมีหลักการเดียวกัน)
5A. เวลาอยู่คนเดียว คุณควรใช้เวลาทบทวน สิ่งที่ได้ทำผิดพลาดไปในอดีต
5B. เวลาสนทนากับผู้อื่น อย่านินทาข้อผิดพลาด ของผู้อื่น
6A. ชื่นชมความงามและสายลมของฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง
6B. โดยการอ่านเราจะเป็นหนึ่งเดียวกับผู้ประพันธ์ได้ โดยการเข้าใจความคิดเดียวกัน
Wednesday, April 9, 2014
Friday, February 14, 2014
บัญญัติ 9 ประการ ชององค์กร
Tuesday, January 7, 2014
Wednesday, December 25, 2013
Sunday, December 15, 2013
บัญญัติsunsweet
เจ้าสุภาภรณ์ท่านฝากมา
บัญญัติ 9 ประการ
ของบริษัท ซันสวีท จำกัด
แหล่งที่มา :
ศีล ๕ ข้อ คือ การรักษาศีล5 เป็นพื้นฐานและเครื่องเตือนใจให้สำรวมระวังไม่ประมาทในการดำรงชีวิต
๑. ปาณาติปาตา เวรมณี งดเว้นจากการทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วงไป
๒. อทินนาทานา เวรมณี งดเว้นจากการถือเอาของที่เจ้าของมิได้ให้
๓. กาเมสุ มิจฉาจารา เวรมณี งดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม
๔. มุสาวาทา เวรมณี งดเว้นจากการกล่าวเท็จ
๕. สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานา เวรมณี งดเว้นจากการดื่มสุราและเมรัย อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท
เพียงรู้จักว่าศีล ๕ ข้อมีอะไรบ้างเท่านั้น ยังไม่พอ ผู้รักษายังต้องรู้เลยไปถึงว่า ท่านวางกฎเกณฑ์ไว้อย่างไรในการวินิจฉัยว่าทำอย่างไรแค่ไหนจึงล่วงศีล คือศีลขาด โดยใช้กฎเกณฑ์ในการวินิจฉัยที่ท่านเรียกว่า องค์ของศีล เป็นเครื่องตัดสิน ถ้าครบองค์ของศีลข้อนั้นๆ ศีลข้อนั้นก็ขาด ถ้าไม่ครบองค์ที่วางไว้ ขาดไปหนึ่งหรือสองข้อ ถือว่าศีลไม่ขาด แต่ศีลก็เศร้าหมอง องค์ของศีลที่ท่านวางไว้จึงเป็นเครื่องเตือนใจให้สำรวมระวังไม่ประมาท
ศีลข้อ ๑ มีองค์ ๕ คือ
๑. *ปาโณ สัตว์มีชีวิต
๒. ปาณสญฺญิตา รู้ว่าสัตว์มีชีวิต
๓. วธกจิตฺตํ จิตคิดจะฆ่า
๔. อุปกฺกโม เพียรเพื่อจะฆ่า
๕. เตน มรณํ สัตว์ตายด้วยความเพียรนั้น
พรหมวิหาร 4 เป็นหลักธรรมประจำใจเพื่อให้ตนดำรงชีวิตได้อย่างประเสริฐและบริสุทธิ์เฉกเช่นพรหม ประกอบด้วย หลักปฏิบัติ 4 ประการ คือ
1. เมตตา (ความปรารถนาอยากให้ผู้อื่นมีความสุข)
2. กรุณา (ความปรารถนาอยากให้ผู้อื่นพ้นทุกข์)
3. มุทิตา (ความยินดีที่ผู้อื่นมีความสุขในทางที่เป็นกุศล)
4. อุเบกขา (การวางจิตเป็นกลาง การมีเมตตา กรุณา มุทิตา เป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าตนไม่สามารถช่วยเหลือผู้นั้นได้ จิตตนจะเป็นทุกข์ ดังนั้น ตนจึงควรวางอุเบกขาทำวางใจให้เป็นกลาง และพิจารณาว่า สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมที่ได้เคยกระทำไว้ จะดีหรือชั่วก็ตาม กรรมนั้นย่อมส่งผลอย่างยุติธรรมตามที่เขาผู้นั้นได้เคยกระทำไว้อย่างแน่นอน)
อิทธิบาท ๔
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อิทธิบาท หรือ อิทธิบาท 4 เป็นศัพท์ในพุทธศาสนา หมายถึง ฐานหรือหนทางสู่ความสำเร็จ หรือ คุณเครื่องให้ถึงความสำเร็จ คุณเครื่องสำเร็จสมประสงค์ ทางแห่งความสำเร็จ คุณธรรมที่นำไปสู่ความสำเร็จแห่งผลที่มุ่งหมาย มี ๔ ประการ คือ
• ฉันทะ (ความพอใจ) คือ ความต้องการที่จะทำ ใฝ่ใจรักจะทำสิ่งนั้นอยู่เสมอ และปรารถนาจะทำให้ ได้ผลดียิ่งๆขึ้นไป
• วิริยะ (ความเพียร) คือ ขยันหมั่นประกอบสิ่งนั้นด้วยความพยายาม เข้มแข็ง อดทน เอาธุระไม่ท้อถอย
• จิตตะ (ความคิด) คือ ตั้งจิตรับรู้ในสิ่งที่ทำ และทำสิ่งนั้นด้วยความคิด เอาจิตฝักใฝ่ ไม่ปล่อยใจให้ฟุ้งซ่านเลื่อนลอยไป
• วิมังสา (ความไตร่ตรอง หรือ ทดลอง) คือ หมั่นใช้ปัญญา พิจารณาใคร่ครวญ ตรวจหาเหตุผล และตรวจสอบข้อยิ่งหย่อนในสิ่งที่ทำนั้น มีการวางแผน วัดผล คิดค้นวิธีแก้ไขปรับปรุง เป็นต้น
บัญญัติ 9 ประการ
1. ไม่ประกอบอาชีพที่เบียดเบียนชีวิตผู้อื่น
2. ไม่ประกอบอาชีพที่มอมเมาให้คนขาดสติ อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท
3. ไม่ลักทรัพย์ ไม่ขโมยทรัพย์สินผู้อื่นแล้วถือเป็นของตน
4. ไม่พูดเท็จ ไม่พูดโกหก ไม่พูดจาส่อเสียด หรือให้ร้ายผู้อื่น
5. มีเมตตา กรุณา ช่วยเหลือ เกื้อกูล ซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะแก่ผู้ด้อยโอกาส
6. มีมุทิตา มีความยินดี ไม่อิจฉาริษยาในความสุขหรือเมื่อผู้อื่นได้ดีกว่า
7. มีฉันทะ (ความพอใจ) และ วิริยะ (ความเพียร) รักในอาชีพที่ทำ และขยันอดทน เข้มแข็งไม่ท้อถอย
8. มีจิตตะ (ความคิด) วิมังสา (ความไตร่ตรอง หรือ ทดลอง) มีสติในสิ่งที่ทำตลอดเวลา ใช้ปัญญาพิจารณา ใคร่ครวญ หาเหตุผล แก้ไขปรับปรุงให้ดียิ่งๆขึ้นไป
9. มีความสำรวมไม่ประพฤตผิดทางกาย วาจา ใจ และมีสัมมาคารวะต่อผู้อาวุโส
เสนอโดย : สุภาภรณ์ ชัยสถาวรวงศ์
วันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2556
Saturday, April 6, 2013
ค่าแรง300บาท
ค่าแรง300
ก้าวกระโดดกระทันหัน
40%ที่สูงขึ้น
ส่งผลให้หลายสิ่งหลายอย่างที่เปลี่ยนแปลงไป
กระทบต่อการประกอบการ
ขึ้นนะควรขึ้นแต่ทยอยขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เพื่อการปรับตัว
และเงินที่ขึ้นมันเงินของผู้ประกอบการ
เอาเงินบางส่วนรัฐมาร่วมด้วยสิ
ท้ังดีและด้อย
ส่วนเราส่วนตัวว่าดี
เพราะว่าตอนปี2515-2518
เราเป็นคนงานเป็นแรงงาน
เช้าตื่นมาเป็นเสี่ยวเอ้อหรือ office boy
ทำความสะอาดเก็บกวาดเช็ดถู
ล้างถ้วนล้างกระโถน
ต้มน้ำชงชารอให้เจ้านาย
เริ่ม05:30-06:30เริ่มงานรับใช้
ทำงานในโรงงาน07:30-17:30
วันๆก็ทำงานสิบกว่าชั่วโมงตลอดมา
เพราะมีOTบ่อยๆ
ค่าแรงเราได้วันละ8บาทเดือนละ240บาท
สองปีไม่สามารถซื้อกางเกงใหม่ได้
HARAไม่สามารถเอื้อมถึง
เงินทองไม่พอกินไม่พอใช้
เลี้ยงดูตัวเองและแม่พี่น้องไม่ได้
ราชการจะขึ้นเป็น12บาท
เราดีใจมากไชโย
ทั่วไปก็เหมือนวันนี้มีปัญหามีอุปสรรค
มาวันนี้มาเป็นเราทั้งสองด้าน
ต้องปรับตัวให้เป็นปัจจุบัน
และรองรับอนาคตอันใกล้
เมื่อ AEC 2015 กำลังจะมาถึง
เราต้องปรับตัวท้ังการบริหารจัดการ
และเทคโนโลยี่ที่ทำให้
ประสิทธิภาพที่ดีขึ้น
คุณภาพที่ดีึขึ้น
ต้นทุนที่ต่ำลง
ราคาให้สูงขึ้น
แน่จริงในฐานะที่เป็นผู้นำ
ต้องทำอย่างไรที่จะทำให้ทุกภาคส่วน
ดีใจและhappสุดๆ
เป็นหน้าที่และเลือกชีวิตมาเป็นเช่นนี้แล้วไง
ก็ต้องทำให้ก้าวข้ามไปให้ได้
ในทุกวิถีทาง
ทางแก้
ทำเงินบาทให้อ่อนลง
ค่าเป้าหมายอยู่ที่5-10%
จากปัจจุบัน30.75
ให้อ่อนเป็น31.50-33.50
หรือให้อยู่ในย่าน31-33บาทเฉลี่ยอยู่ที่32.00
จะช่วยได้เป็นอย่างดี
ถึงแม้น้ำมันนำเข้าและสินค้าทุนจะแพงขึ้น
แต่ค้าขายได้เมื่อมีเงินราคาไม่ใช่่ปัญหา
ประเทศไทยเรามีรายได้จากการส่งออกถึง70%
ค่าเงินบาทอ่อนดีกว่าแข็งแน่นอนครับท่านนักวิชาการ
Posted by องอาจ กิตติคุณชัย ongart kittikhunchai at Saturday, March 24, 2012
ก้าวกระโดดกระทันหัน
40%ที่สูงขึ้น
ส่งผลให้หลายสิ่งหลายอย่างที่เปลี่ยนแปลงไป
กระทบต่อการประกอบการ
ขึ้นนะควรขึ้นแต่ทยอยขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เพื่อการปรับตัว
และเงินที่ขึ้นมันเงินของผู้ประกอบการ
เอาเงินบางส่วนรัฐมาร่วมด้วยสิ
ท้ังดีและด้อย
ส่วนเราส่วนตัวว่าดี
เพราะว่าตอนปี2515-2518
เราเป็นคนงานเป็นแรงงาน
เช้าตื่นมาเป็นเสี่ยวเอ้อหรือ office boy
ทำความสะอาดเก็บกวาดเช็ดถู
ล้างถ้วนล้างกระโถน
ต้มน้ำชงชารอให้เจ้านาย
เริ่ม05:30-06:30เริ่มงานรับใช้
ทำงานในโรงงาน07:30-17:30
วันๆก็ทำงานสิบกว่าชั่วโมงตลอดมา
เพราะมีOTบ่อยๆ
ค่าแรงเราได้วันละ8บาทเดือนละ240บาท
สองปีไม่สามารถซื้อกางเกงใหม่ได้
HARAไม่สามารถเอื้อมถึง
เงินทองไม่พอกินไม่พอใช้
เลี้ยงดูตัวเองและแม่พี่น้องไม่ได้
ราชการจะขึ้นเป็น12บาท
เราดีใจมากไชโย
ทั่วไปก็เหมือนวันนี้มีปัญหามีอุปสรรค
มาวันนี้มาเป็นเราทั้งสองด้าน
ต้องปรับตัวให้เป็นปัจจุบัน
และรองรับอนาคตอันใกล้
เมื่อ AEC 2015 กำลังจะมาถึง
เราต้องปรับตัวท้ังการบริหารจัดการ
และเทคโนโลยี่ที่ทำให้
ประสิทธิภาพที่ดีขึ้น
คุณภาพที่ดีึขึ้น
ต้นทุนที่ต่ำลง
ราคาให้สูงขึ้น
แน่จริงในฐานะที่เป็นผู้นำ
ต้องทำอย่างไรที่จะทำให้ทุกภาคส่วน
ดีใจและhappสุดๆ
เป็นหน้าที่และเลือกชีวิตมาเป็นเช่นนี้แล้วไง
ก็ต้องทำให้ก้าวข้ามไปให้ได้
ในทุกวิถีทาง
ทางแก้
ทำเงินบาทให้อ่อนลง
ค่าเป้าหมายอยู่ที่5-10%
จากปัจจุบัน30.75
ให้อ่อนเป็น31.50-33.50
หรือให้อยู่ในย่าน31-33บาทเฉลี่ยอยู่ที่32.00
จะช่วยได้เป็นอย่างดี
ถึงแม้น้ำมันนำเข้าและสินค้าทุนจะแพงขึ้น
แต่ค้าขายได้เมื่อมีเงินราคาไม่ใช่่ปัญหา
ประเทศไทยเรามีรายได้จากการส่งออกถึง70%
ค่าเงินบาทอ่อนดีกว่าแข็งแน่นอนครับท่านนักวิชาการ
Posted by องอาจ กิตติคุณชัย ongart kittikhunchai at Saturday, March 24, 2012
Thursday, December 6, 2012
ควันหลง300ในเรา
1มกรา2556 เริ่มแล้ว300บาท
เราจะทำกันอย่างไรในองค์กรเรา
ก็ให้ท่านผู้จัดการไปทำอย่างไรให้ผ่านพ้นไปได้
แต่อย่าไปลดคนปลดคนนะครับท่านผู้จัดการ
โดยเฉพาะพนักงานสาวสาวสวยสวยด้วยแล้วยิ่งห้ามเด็ดขาด
ยิ่งเด็กโปรดป๋ายิ่งไม่ได้นะครับคงรู้นะว่าเป็นใครบ้างมีหลายสิบ
ห้ามแตะแต่ต้องสนับสนุนเขาให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ทำอย่างไรไปทำให้อยู่กันได้ทุกๆด้านในองค์กร
คนงานได้บริษัทได้ลูกค้าได้พวกเราได้สังคมได้
อย่าลืมเรื่องเล็กๆในวันประชุมประจำปีบริษัทที่ผ่านมา
ที่ผมแนะนำเผื่อเอาไปสร้างใช้ได้บ้างค่อยๆสร้าง
โครงการพี่สอนน้องตอนเช้าและตอนเย็น
ก่อนเข้างานหลังเลิกงานให้มีการเรียนการรู้การสร้างสรร
product knowlage
บริหารร่างกาย ออกกำลังกาย
สวดมนต์ไหว้พระ
5ส หารือแก้ไขเตรียมงาน
ความรู้ทั่วไป ตัดผมตัดเล็บ
เรียนหนังสือยกระดับความรู้
สิ่งที่ควรทำ สิ่งที่ไม่ควรทำ
happy work place แวดล้อมดีน่าอยู่น่าทำ
ศีลธรรม อาหารสุขภาพ ตรวจสุขภาพ
เลี้ยงลูก ให้นมแม่
อะไรอีกล่ะ คิดมาสิ ที่จะทำให้ไม่ลดคน
จ่ายเพิ่มได้ผลงานเพิ่ม มีความสุขเพิ่ม
เราจะทำกันอย่างไรในองค์กรเรา
ก็ให้ท่านผู้จัดการไปทำอย่างไรให้ผ่านพ้นไปได้
แต่อย่าไปลดคนปลดคนนะครับท่านผู้จัดการ
โดยเฉพาะพนักงานสาวสาวสวยสวยด้วยแล้วยิ่งห้ามเด็ดขาด
ยิ่งเด็กโปรดป๋ายิ่งไม่ได้นะครับคงรู้นะว่าเป็นใครบ้างมีหลายสิบ
ห้ามแตะแต่ต้องสนับสนุนเขาให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ทำอย่างไรไปทำให้อยู่กันได้ทุกๆด้านในองค์กร
คนงานได้บริษัทได้ลูกค้าได้พวกเราได้สังคมได้
อย่าลืมเรื่องเล็กๆในวันประชุมประจำปีบริษัทที่ผ่านมา
ที่ผมแนะนำเผื่อเอาไปสร้างใช้ได้บ้างค่อยๆสร้าง
โครงการพี่สอนน้องตอนเช้าและตอนเย็น
ก่อนเข้างานหลังเลิกงานให้มีการเรียนการรู้การสร้างสรร
product knowlage
บริหารร่างกาย ออกกำลังกาย
สวดมนต์ไหว้พระ
5ส หารือแก้ไขเตรียมงาน
ความรู้ทั่วไป ตัดผมตัดเล็บ
เรียนหนังสือยกระดับความรู้
สิ่งที่ควรทำ สิ่งที่ไม่ควรทำ
happy work place แวดล้อมดีน่าอยู่น่าทำ
ศีลธรรม อาหารสุขภาพ ตรวจสุขภาพ
เลี้ยงลูก ให้นมแม่
อะไรอีกล่ะ คิดมาสิ ที่จะทำให้ไม่ลดคน
จ่ายเพิ่มได้ผลงานเพิ่ม มีความสุขเพิ่ม
นโยบายใหม่ในปีหน้า2556
หลังกลับมาจากการดูแลลูกค้า
เลยอยากให้มีวัฒนธรรมใหม่
เป็นนโยบายของบริษัทที่จะเริ่มใช้ในปีหน้า2556
1/ ไม่รับรองลูกค้าเรื่อง ผู้หญิงหรือพาไปkaraoke
บริการพาเที่ยวที่มีเด็กบริการ
หรือไปยังแหล่งบริการผู้หญิง
แจ้งให้ทราบหรือต้องปฏิเสธอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา
ว่าเป็นนโยบายบริษัทและเป็นนโยบายผู้บริหารและเจ้าของ
เป็นข้อห้าม ห้ามทำ และไม่แนะนำ
เหตุผลคือ เสี่ยง เสื่อม อันตราย ยุ่งยาก ผิดศีล
ดึก ง่วงและเหนื่อย เสียภาพพจน์
เหม็นควันบุหรี่ แหล่งล่อแหลม ต้องหลบๆซ่อนๆ กลัวคนเห็น
แหล่งมั่วสุม เป็นสังคมที่ไม่ดี
พากินข้าว ไม่เลี้ยงเหล้่่่าสุรา
กินเสร็จจะเดินย่อยอาหารที่ night bazaar
หรือไปเดินเที่ยวถ่ายรูปที่วัดพระสิงห์หรือวัดเจดีย์หลวง
หรือ side seeing city tour ก็ ok
นวดแผนโบราณพอได้ถ้าต้องการแต่ไม่ชี้ชวน
2/ ของขวัญของฝากต้องไม่เกิน3000บาท สำหรับให้ผู้อื่น
ส่วนเป็นผู้รับมีผู้นำมาให้ต้องไว้เป็นกองกลางทั้งหมดเป็นของส่วนตนไม่ได้
และไม่รับของฝากที่เป็นเหล้า สุรา อัลกอฮอร์ ถ้าได้รับมา คืนและขายไม่ได้
ต้องทำลายทิ้งสถานเดียว
3/ฝ่ายจัดซื้อหรือผู้จัดการผู้ทำงานที่เกี่ยวข้องห้ามรับเลี้ยงโดยเด็ดขาด
เว้นแต่แจ้งหัวหน้าได้รับอนุญาติและต้องเป็นผู้จ่ายโดยตนเองหรือบริาํทจ่ายให้
4/คนทำงานที่กินเหล้าสูบบุหรี่และเล่นการพนันอีกทั้งมีเรื่องชู้สาวเป็นสิ่งที่บริษัทจะถือว่าเป็นผู้ไม่พึงประสงค์ขององค์กรและถ้ายังคงอยู่จะถือว่าเป็นผู้ที่ไม่เหมาะสมต่อบริษัท
เลยอยากให้มีวัฒนธรรมใหม่
เป็นนโยบายของบริษัทที่จะเริ่มใช้ในปีหน้า2556
1/ ไม่รับรองลูกค้าเรื่อง ผู้หญิงหรือพาไปkaraoke
บริการพาเที่ยวที่มีเด็กบริการ
หรือไปยังแหล่งบริการผู้หญิง
แจ้งให้ทราบหรือต้องปฏิเสธอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา
ว่าเป็นนโยบายบริษัทและเป็นนโยบายผู้บริหารและเจ้าของ
เป็นข้อห้าม ห้ามทำ และไม่แนะนำ
เหตุผลคือ เสี่ยง เสื่อม อันตราย ยุ่งยาก ผิดศีล
ดึก ง่วงและเหนื่อย เสียภาพพจน์
เหม็นควันบุหรี่ แหล่งล่อแหลม ต้องหลบๆซ่อนๆ กลัวคนเห็น
แหล่งมั่วสุม เป็นสังคมที่ไม่ดี
พากินข้าว ไม่เลี้ยงเหล้่่่าสุรา
กินเสร็จจะเดินย่อยอาหารที่ night bazaar
หรือไปเดินเที่ยวถ่ายรูปที่วัดพระสิงห์หรือวัดเจดีย์หลวง
หรือ side seeing city tour ก็ ok
นวดแผนโบราณพอได้ถ้าต้องการแต่ไม่ชี้ชวน
2/ ของขวัญของฝากต้องไม่เกิน3000บาท สำหรับให้ผู้อื่น
ส่วนเป็นผู้รับมีผู้นำมาให้ต้องไว้เป็นกองกลางทั้งหมดเป็นของส่วนตนไม่ได้
และไม่รับของฝากที่เป็นเหล้า สุรา อัลกอฮอร์ ถ้าได้รับมา คืนและขายไม่ได้
ต้องทำลายทิ้งสถานเดียว
3/ฝ่ายจัดซื้อหรือผู้จัดการผู้ทำงานที่เกี่ยวข้องห้ามรับเลี้ยงโดยเด็ดขาด
เว้นแต่แจ้งหัวหน้าได้รับอนุญาติและต้องเป็นผู้จ่ายโดยตนเองหรือบริาํทจ่ายให้
4/คนทำงานที่กินเหล้าสูบบุหรี่และเล่นการพนันอีกทั้งมีเรื่องชู้สาวเป็นสิ่งที่บริษัทจะถือว่าเป็นผู้ไม่พึงประสงค์ขององค์กรและถ้ายังคงอยู่จะถือว่าเป็นผู้ที่ไม่เหมาะสมต่อบริษัท
Friday, November 9, 2012
dongsuh korea
MR JS KIM DONGSUH KOREA
ท่านมาเยี่ยมเรา เราได้คำที่ต้องบันทึกไว้คือ
WISDOM
PASSION
COMPASSION
ส่วนเราก็จะดูดความรู้จากท่าน
OSMOSIS
coffee mix
BONWARE HOUSE IN KOREA
PACKEGING NEW
Sunday, October 28, 2012
Subscribe to:
Posts (Atom)






































